รูปแบบการนิเทศการสอน

posted on 15 May 2012 16:49 by 549500011

รูปแบบการนิเทศการสอน

 

1. การนิเทศภายในโรงเรียน

 

ความหมายการนิเทศภายในโรงเรียน

สุรสักดิ์   ปาเฮ ( 2545 ) สรุปไว้ว่าการนิเทศภายในโรงเรียน หมายถึง การปฏิบัติงาน

ร่วมกันระหว่างผู้บริหารสถานศึกษากับครูในสถานศึกษานั้น ในการปรับปรุงแก้ไขพัฒนาการปฏิบัติงานของครูให้มีประสิทธิภาพและส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียน

การนิเทศภายในโรงเรียน หมายถึง การส่งเสริม สนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือครูใน

โรงเรียนให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามภารกิจหลัก ได้แก่ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือการสร้างเสริมพัฒนาการของนักเรียนทุกด้านทั้งทางด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ จิตใจ และสติปัญญา ให้เต็มตามวัยและศักยภาพ

 

หลักการนิเทศภายในโรงเรียน

1. การดำ เนินการนิเทศ จะต้องดำ เนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ตามขั้นตอนกระบวนการนิเทศภายในโรงเรียน

2. บุคลากรที่เป็นหลักสำคัญในการดำ เนินการพัฒนาระบบนิเทศภายในโรงเรียนคือ ผู้บริหารสถานศึกษา

3. การนิเทศภายในโรงเรียน จะต้องสอดคล้องกับความต้องการ  ความจำเป็นในการพัฒนาครูและนักเรียน

 

ขอบข่ายของงานนิเทศภายในโรงเรียน

     1. งานด้านวิชาการ

     2. งานด้านบริหารบุคคล

     3. งานด้านบริหารทั่วไป

     4. งานด้านงบประมาณ

 

กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียน

กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียนเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุด โดยเป็นการสนับสนุนการเรียนการ

สอนภายในโรงเรียน ให้ดา เนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนกระบวนการนิเทศภายในโรงเรียนประกอบด้วย การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา การวางแผน การสร้างสื่อ เครื่องมือและพัฒนาวิธีการ การประเมนิ ผลและรายงานผล

1.  การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการ

2. การวางแผนและกำหนดทางเลือก

3. การสร้างสื่อ เครื่องมือ และพัฒนาวิธีการ

4. การปฏิบัติการนิเทศภายใน

5. การประเมินผล และการรายงานผล

 

เทคนิคการนิเทศที่เกี่ยวกับกระบวนการนิเทศ

 

       1.การนิเทศก่อนสอน ผู้นิเทศมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร การจัดหาสื่อการสอน การจัดบุคลากรเข้าสอน

       2.การนิเทศระหว่างดำเนินการสอน ผู้นิเทศมีส่วนในการช่วยครูวิเคราะห์ปัญหาการสอนและแก้ไขข้อบกพร่องของนักเรียนที่มีปัญหาพิเศษ

        3.การปรับปรุงและพัฒนาการสอน ผู้นิเทศควรมีบทบาทในการประเมินการสอนของครู หาวิธีปรับปรุงการสอน ตลอดจนสนับสนุนครูได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ

 

บทบาทของบุคลากรการนิเทศ

บุคลากรการนิเทศ หมายถึง ผู้บริหารและคณะกรรมการนิเทศของสถานศึกษาแต่ละแห่งมีบทบาทและภารกิจสำคัญ ดังนี้

1. บทบาทในการส่งเสริมและจัดให้มีการนิเทศภายในโรงเรียน เพื่อให้เกิดการพัฒนาตนเอง สามารถดา เนินงานตามนโยบายได้ถูกต้อง ทา หน้าที่นิเทศภายในโรงเรียนได้อย่างสมบูรณ์

2. บทบาทในการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพครูโดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้ให้ดีขึ้น ส่งเสริมให้มีการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี ที่มีประสิทธิภาพนามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับครูในโรงเรียน

3. บทบาทในการจัดประชุมอบรม มีการจัดประชุมอบรมในรูปแบบต่าง ๆ เช่นการประชุมปฏิบัติการ การสัมมนา อภิปรายกลุ่ม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังต้องส่งเสริมให้ครูมีโอกาสเข้ารับการอบรมในการพัฒนาวิชาชีพ นา ทักษะความรู้มาปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. บทบาทในการติดตามประเมินผล ซึ่งจะช่วยให้ครูพัฒนาศักยภาพได้ดีขึ้นการประเมินเพื่อนา ผลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไข ให้เกิดการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์

5. บทบาทในการใช้กลุ่มโรงเรียน สมาคมวิชาชีพหรือเครือข่ายเป็นแนวทางเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ครูในโรงเรียน โดยใช้กลุ่มหรือเครือข่ายช่วยเหลือด้วยวิธีการต่าง ๆเช่น การจัดประชุมทางวิชาการ การศึกษาเอกสาร การศึกษาดูงาน ฯลฯ

6. บทบาทในการสร้างครูต้นแบบในสาขาวิชาต่าง ๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลในการพัฒนาและเป็นแบบอย่างแก่ครูทั่วไปได้

 

 

 

 

บทบาทหน้าที่ของผู้นิเทศ

1. กำหนดนโยบายของการนิเทศภายในโรงเรียน เช่น ส่งเสริมให้ใช้กระบวนการกลุ่มในการทา งาน เพื่อให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ เป็นต้น

2. ส่งเสริมให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องหลักสูตรและเรื่องอื่น ๆ ที่ครูส่วนใหญ่มีความต้องการในการพัฒนา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการปฏิบัติงานในหน้าที่ครูตลอดจนมีเจตคติที่ดีต่อการนิเทศภายในโรงเรียน

3. ปฏิบัติการนิเทศภายในโรงเรียน ตามแผนการนิเทศของสถานศึกษา

4. เปิดโอกาสให้คณะครู มีส่วนร่วมในการดา เนินงานนิเทศภายในโรงเรียนและมีการประเมินตนเอง

5. สรุปและเผยแพร่งานที่ประสบความสำเร็จ

 

สรุป

            การนิเทศภายในสถานศึกษา  เป็นงานที่ช่วยพัฒนาครูอาจารย์ในด้านวิชาการ  ในด้านการเรียนการสอน  เพื่อให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของการศึกษา  ความจำเป็นที่ต้องมีการนิเทศภายในก็เนื่องจาก ศึกษานิเทศก์   มีจำนวนจำกัด  เพื่อจะใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากร  บุคลากรภายในสถานศึกษา  และสถานศึกษาเองเป็นผู้เข้าใจปัญหาการเรียนการสอนได้ดี  รวมทั้งการสร้างความร่วมมือและการแก้ไขปัญหาการทำงานร่วมกัน  บุคลากรภายในสถานศึกษาที่สามารถนิเทศได้นอกจากผู้บริหารแล้ว  อาจารย์ที่มีประสบการณ์ความรู้ความชำนาญก็สามารถทำหน้าที่นิเทศได้  รวมทั้งการเชิญวิทยากรจากภายนอกมาร่วมโครงการ  เทคนิควิธีนิเทศนั้นสามารถใช้ได้หลายรูปแล้วซึ่งขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมาย  จำนวนผู้รับการนิเทศ  เวลาและทรัพยากรอื่นๆ  ในการจัดทำโครงการนิเทศนั้น  ควรจะได้ศึกษาสภาพปัจจุบัน  ปัญหาและความต้องการในการนิเทศ  จัดทำแผนการนิเทศ  แล้วจึงนำแผนไปสู่การปฏิบัติตามจุดมุ่งหมายที่วางไว้  ควรมีการประเมินผลการนิเทศเพื่อนำไปปรับปรุง  และพัฒนาการเรียนการสอน

2.  การนิเทศรายบุคคล

การแนะนำเป็นรายบุคคล (Individual Conference) การพบปะกันระหว่างครู และศึกษานิเทศก์เป็นวิธีหนึ่งที่ให้โอกาสศึกษานิเทศก์ได้ทำงานเป็นรายบุคคลกับครูในเรื่องปัญหาทางวิชาการของแต่ละคน เป็นวิธีการที่ทั้งสองคนได้ทำงานร่วมกัน

1) การเยี่ยมชั้นเรียนและสังเกตการสอน

              วิธีการนิเทศการศึกษาวิธีหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ก็คือการไปเยี่ยมชั้นเรียนในขณะที่ครูกำลังสอนการไปเยี่ยมชั้นจะทำให้เห็นสภาพที่เป็นจริงตลอดจนปัญหาต่าง ๆ ที่ครูประสบอยู่เพื่อร่วมมือกับครูหาทางปรับปรุง

 

แก้ไขให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การไปเยี่ยมชั้นเรียนควรจะไปต่อเมื่อได้สร้างความสัมพันธ์กับครูเป็นอย่างดีแล้วเพราะครูจะได้ไม่มองศึกษานิเทศก์ด้วยความหวาดกลัวระแวงสงสัย คิดว่าศึกษานิเทศก์จะมาจับผิด การไปเยี่ยมชั้นเรียน หากศึกษานิเทศก์ได้แจ้งวัตถุประสงค์ให้ครูทราบว่า การมานั้นไม่ใช่มาเพื่อจับผิด หรือเพื่อรายงานการปฏิบัติงานของครู แต่มาเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาช่วยเหลือครูเป็นพี่เลี้ยงครูเกี่ยวกับการเรียนการสอน นอกจากนี้ควรเปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วมในการวางแผนงาน กำหนดวัตถุประสงค์ของการเยี่ยมชั้นเรียน ตลอดจนได้แสดงความคิดเห็นและปรึกษาหารือในรายละเอียดต่าง ๆ สำหรับศึกษานิเทศก์นั้นมีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเยี่ยมชั้นเรียนที่ดีดังนี้

1) ศึกษานิเทศก์ควรเข้าไปสังเกตการสอนของครูในชั้นเรียน ไม่ใช่ไปจับผิด พึงให้ครูยอมรับว่าศึกษานิเทศก์มาเพื่อช่วยเหลือครู

2) ศึกษานิเทศก์ควรจะเข้าไปพร้อมกับครูผู้สอน หรือภายหลังเล็กน้อยก่อนที่ครูจะเริ่มบทเรียนศึกษานิเทศก์ไม่ควรจะแอบเดินย่อง ๆ เข้าไปหลังชั้นเพื่อสังเกตการสอนของครู

3) ศึกษานิเทศก์ควรเข้าไปนั่งอยู่ข้างหลังห้องเรียน ซึ่งสามารถมองเห็นชั้นเรียนได้ทั่วถึง นั่งฟังอย่างเงียบ ๆ ด้วยท่าทีเต็มไปด้วยความสนใจยิ่งและดูจนจบชั่วโมง

4) ศึกษานิเทศก์ไม่ควรจะเข้าร่วมบทเรียนเป็นอันขาด นอกจากจะได้รับเชิญจากครูและนักเรียนให้เข้าร่วมด้วยเท่านั้น

5) ศึกษานิเทศก์ควรจะต้องมีบันทึกเกี่ยวกับการสอนของครู ซึ่งจะเป็นแนวทางให้คำแนะนำปรึกษาแก่ครูภายหลัง

6) ศึกษานิเทศก์ควรจะไปเยี่ยมชั้นเรียนเพื่อสังเกตการสอนมากกว่าหนึ่งครั้งในหนึ่งภาคเรียน\เพื่อจะได้สังเกตดูความเจริญงอกงามของครูในด้านการสอน และดูผลงานการนิเทศของศึกษานิเทศก์เองต่อครูผู้สอน

               หลังจากได้มีการเยี่ยมชั้นเรียนแล้ว ศึกษานิเทศก์ควรจะได้พบปะกับครูเป็นส่วนตัว เพื่อชี้แจงความคิดเห็นให้ครูฟัง เปิดโอกาสให้ครูชี้แจงเหตุผลในการกระทำของครู แล้วร่วมกันปรึกษาหารือความคิดที่ดีกว่า ถูกต้องกว่า เหมาะสมกว่า การให้คำปรึกษาแนะนำชี้แจงนั้น ไม่ควรให้เนิ่นนานนัก ควรจะเป็นภายในวันเดียวกัน หรือถ้าเป็นไปได้ภายหลังจากที่ครูนั้นสอนเสร็จก็จะดียิ่งขึ้น เพราะทั้งสองฝ่ายผ่านเหตุการณ์นั้นมาใหม่ ๆ วิธีการที่ดี ศึกษานิเทศก์ไม่ควรพูดถึงเฉพาะข้อบกพร่องของครูแต่อย่างเดียว หากมีข้อใดควรชมก็หยิบยกขึ้นมาชม พร้อมทั้งให้กำลังใจที่จะทำเช่นนั้นอีกในการสอนครั้งต่อไป

              ข้อควรระวังสำหรับศึกษานิเทศก์ในการไปเยี่ยมชั้นเรียนก็คือ อย่าไปเยี่ยมชั้นเรียนมากจนเกินไปจะทำให้ความสำคัญของการเยี่ยมชั้นเรียนลดน้อยลงไปและจะทำให้ครูเบือหน่าย ผลที่สุดครูก็จะหลบหลีกแทนที่จะให้ความร่วมมือ

 

2) การสาธิตการสอน

               การสาธิตการสอน คือการแสดงวิธีการเป็นตัวอย่างให้ดู ผู้แสดงอาจจะเป็นศึกษานิเทศก์เองหรือวิทยากรที่ได้รับเชิญ ผู้ชมการสาธิต คือครูซึ่งจัดได้เป็นกลุ่มโดยทางโรงเรียนเป็นผู้จัดไว้ หรือในการประชุมอื่น ๆ อาจนำวิธีการสาธิตไปใช้ได้ การสาธิตการสอนมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ครูได้เห็นตัวอย่างที่ดีและถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการสอนวิชาต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีและศรัทธาต่องานของศึกษานิเทศก์ด้วยการสาธิตการสอนไม่จำเป็นว่าศึกษานิเทศก์จะต้องทำการสาธิตเอง อาจให้ครูหรือผู้อื่นที่เชี่ยวชาญทำการสาธิตแทนก็ได้ นอกจากนี้อาจใช้ภาพยนตร์ที่แสดงการสอนหรือการทดลองแทนก็ได้เช่นกัน การสาธิตการสอนควรมีจุดประสงค์ดังนี้

  • 1) ส่งเสริมความเจริญงอกงามทางวิชาชีพแก่ครู การสาธิตการสอนควรส่งเสริมความต้องการและความกระตือรือร้นของครูต่อการใช้ความคิดที่เขามีไว้ในใจในระหว่างการสังเกตของเขา การสาธิตจะมีประโยชน์ต่อเมื่อสนองความต้องการ ก่อให้เกิดความมั่นใจในตัวครูและแก่ความต้องการของนักเรียนในการแก้ปัญหา การสาธิตการสอนเป็นการแสดงวิธีสอนใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาการเรียนการสอน มันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สังเกตและผู้สาธิต ทั้งก่อให้เกิดมนุษยสัมพันธ์อันดีด้วย
  • 2) ช่วยแก้ปัญหาครู เป็นการช่วยสาธิตให้ดู เพื่อช่วยเหลือครูเมื่อแก้ปัญหาเองไม่ได้ ศึกษานิเทศก์จะช่วยสาธิตให้ดู การสาธิตจึงเป็นการเกี่ยวข้องกับการใช้อุปกรณ์และทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือครูนักเรียนในการแก้ปัญหา หากมีปัญหาเกิดขึ้นในช่วงการสาธิต ศึกษานิเทศก์จะต้องเป็นฝ่ายช่วยเหลือครูจะจับตาดูผู้สาธิตการสอน แก้ไขปัญหาซึ่งครูสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาของตนเมื่อเกิดสถานการณ์ดังกล่าวขึ้นกับตนเอง
  • 3) เป็นการผสมผสานทฤษฎีและแนวปฏิบัติทางการศึกษาเข้าด้วยกัน วิธีการผสมผสานทฤษฎีและแนวปฏิบัติเข้าด้วยกันได้อย่างดี ได้แก่ การสาธิตการสอน เป็นการแปลทฤษฎีออกมาเป็นแนวปฏิบัติโดยผ่านทางการสาธิตการสอน
  • 4) ช่วยในการอบรมครู การสาธิตการสอนจะช่วยให้ครูได้รับความรู้เพิ่มเติมจากบทเรียนที่ทำการสาธิต ครูได้ศึกษาและเข้าใจในเนื้อหาวิชาใหม่ ๆ อยู่เสมอ การสาธิตการสอนจะช่วยให้ครูสามารถเข้าใจถึงกระบวนการและการนำไปใช้กับสถานการณ์ของตนเองได้

              หลักเกณฑ์ที่จะช่วยให้การสาธิตการสอนได้รับผลสำเร็จตามความมุ่งหมายของการนิเทศได้ควรมีลักษณะดังนี้

  • 1) จะต้องวางแผนการสาธิตการสอนไว้เป็นอย่างดี ควรมีการวางแผนการสาธิตการสอนไว้เพื่อประโยชน์แก่กลุ่มผู้เกี่ยวข้อง การสาธิตการสอนไม่ใช่เป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้สังเกตการสอน

 

  • เท่านั้นหากยังต้องสนองต่อความต้องการและปัญหาของเขาด้วย การสาธิตการสอนควรมีการตระเตรียมการสาธิตไว้ล่วงหน้า เวลาของการสาธิตก็ควรกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วย
  • 2) การสาธิตการสอนควรเป็นไปโดยธรรมชาติ ในระหว่างการสาธิตการสอนข้อเรียกร้องใด ๆของเด็กควรได้รับการพิจารณาเป็นอันดับแรก การสาธิตการสอนจะได้ผลมากที่สุดเมื่อดำเนินการในห้องเรียนในระหว่างการสาธิตไม่ควรมีการจัดนิทรรศการใด ๆ ในห้องเรียน การสอนควรเป็นการนัดกันมาก่อนระหว่างผู้สาธิตการสอนกับเด็กกลุ่มที่จะใช้สาธิตการสอน ครูประจำชั้นควรตระเตรียมเด็กไว้ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เกิดความประหลาดใจ
  • 3) การสาธิตการสอนควรสัมพันธ์กับเทคนิคการนิเทศการศึกษาอื่น ๆ การสาธิตการสอนและการสังเกตการสอนเป็นของคู่กัน การสาธิตการสอนเป็นการสาธิตให้ผู้ที่จะไปสอนได้สังเกตดูเพื่อจะได้นำวิธีการไปสอนต่อ ควรจะใช้หลักการอื่น ๆ เข้าช่วยในการสาธิตการสอนด้วย
  • 4) การสาธิตการสอนควรเน้นในรายละเอียดต่าง ๆ ในบทเรียน บทเรียนจะประสบผลสำเร็จหากได้มีการเตรียมเทคนิคเฉพาะสำหรับสาธิตการสอนบทเรียนนั้น ๆ ควรมีการอภิปรายกันหลังจากการสาธิตการสอนแล้ว
  • 5) ควรคัดเลือกผู้สาธิตการสอนเป็นอย่างดี การเลือกผู้สาธิตการสอนที่ดีมีความจำเป็นพอ ๆ กับการเลือกสถานการณ์ที่เหมาะสมและการวางแผนที่ดี ครูที่จะสาธิตการสอนจะต้องมาด้วยความสมัครใจผู้สาธิตการสอนจะต้องมีคุณสมบัติที่ดีเยี่ยม มีประสบการณ์อย่างดี และมีบุคลิกภาพส่วนตัวที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จ ผู้สาธิตการสอนอาจวางแผนบทเรียนให้สนองต่อความต้องการของเด็กและผู้สังเกต
  • 6) มีการประเมินผลการสาธิตการสอน ศึกษานิเทศก์จำเป็นต้องประเมินผลเมื่อเสร็จสิ้นการสาธิตแล้วควรจัดการประชุมหลังจากการสาธิตการสอนแล้วในเวลาที่เหมาะสม อภิปรายและวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการสาธิตการสอน นอกจากนี้อาจจะตรวจสอบดูว่าการสาธิตการสอนได้ช่วยจูงใจผู้เรียนแค่ไหน ผู้สาธิตมีความมั่นใจต่อผลงานมากน้อยเพียงใด

3)  การให้คำปรึกษาแนะนํา/เสนอแนะ (Coaching)

                        ความหมาย  การให้คำปรึกษาแนะนำเป็นการพบปะกันระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศ  คือการนิเทศแบบเสนอแนะ Coaching Technique (Modern Busines : Reports : 1977) เป็นวิธีการพัฒนาบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ   โดยการแนะนำหรือเรียนรู้จากเทคนิคการนิเทศแบบเสนอแนะ  Coaching Technique เป็นวิธีการพัฒนาบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โดยการแนะนำหรือเรียนรู้จากผู้ชำนาญ(Coach) ในลักษณะที่ได้รับคำแนะนำหรือเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับการปฏิบัติงาน

วัตถุประสงค์  เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานก้าวไปถึงจุดหมายปลายทางได้ เช่น ความก้าวหน้าทาง

 

วิชาชีพ ความสามารถที่จะรับผิดชอบในหน้าที่สูงขึ้น (เช่น ในกรณีแต่งตั้งให้เป็นผู้นิเทศ) หรือเป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมงานมากขึ้น

                  ขั้นตอนการนิเทศแบบโค้ชชิ่ง  มี 4 ขั้นตอน เขียนเป็นสัญลักษณ์  คือ CQCD

                  C - Compliment  หมายถึง  การสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ที่ทำหน้าที่เป็น Coach และผู้ให้คำแนะนำ ซึ่งเป็นสัมพันธภาพที่สร้างความไว้วางใจ  ความสบายใจ  ยินดีร่วมในแนวทางของ Coaching Techniques  นับเป็นบทบาทสำคัญของ Coach  ที่จะต้องดำเนินการ  ดังนั้น  ควรดำเนินการ ดังนี้

1.  ศึกษาข้อมูลของผู้ที่รับการแนะนำ เช่น จุดเด่น ผลงานเด่น ความชอบ อัธยาศัย จุดอ่อน  จุดที่ต้องปรับปรุง ข้อมูลต่าง ๆ ควรบันทึก ไว้อย่างเป็นระบบมีความเหมาะสม

2. นำข้อมูลมาเป็นแนวทางในการสร้างสัมพันธภาพ  ได้แก่ การชมเชย หรือการสร้างบรรยากาศ  เพื่อการเชื่อมโยงไปสู่ขั้นต่อไป

Q - Question  หมายถึง  การถามเน้นการถามในเชิงขอความคิดเห็นไม่ให้ผู้ตอบ
จนมุมหรือเกิดความไม่สบายใจที่จะตอบคำถาม  ซึ่งผู้เป็น Coach อาจจะใช้ความเหมาะสมของผู้รับคำแนะนำและสภาพปัญหา เช่น 

-  คุณคิดว่าผมจะช่วยอะไรได้บ้าง

-  คุณคิดว่ามีวิธีการอะไรบ้างที่แก้ปัญหานี้  

-  คุณคิดว่าถ้าใช้วิธีการนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น

-  ทุกอย่างจะต้องมีข้อดีและข้อจำกัด   คุณคิดว่าวิธีนี้อะไรคือข้อดี อะไรคือข้อจำกัด

-  คุณคิดว่าข้อจำกัดนั้น ๆ จะมีทางแก้ไขหรือควรทำอย่างไรหรือ จะหา ทางออกอย่างไร ในสภาวะหรือในสภาพเช่นนี้

-   คุณคิดว่าถ้าคุณจะพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น  มีอะไรบ้างที่เราควรทำ

-    ที่คุณคิดว่า  “ไม่ดี, ยังไม่ดี  คืออะไรบ้าง”  “ คุณคิดว่า มีอะไรบ้างที่คุณต้องการเสริม  เพิ่มเติม ”

C - Correct  หมายถึง การเสนอแนะแนวทางแก้ไข ในขั้นตอนนี้ผู้เป็น Coach ควรให้ความสำคัญในขั้นตอนที่สืบเนื่องจากขั้น Question  นำคำตอบของผู้รับคำแนะนำมาวิเคราะห์และนำเสนอในส่วนที่ยังบกพร่อง  และสังเคราะห์เป็นแนวการปฏิบัติหรือการพัฒนางานในลักษณะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน  และในขั้นตอนนี้ควรกำหนดบทบาทในการปฏิบัติแต่ละเรื่องชัดเจน

                   D - Demonstrate  หมายถึง  การนำข้อเสนอหรือแนวทางที่ตกลงกันไว้ในขั้นตอนของ  

C - Correct หรือแผนการใช้นวัตกรรม  ซึ่งผู้รับคำแนะนำเป็นผู้ปฏิบัติ ผู้เป็น Coach เป็นผู้แนะนำอย่างใกล้ชิด  บางครั้ง Coach อาจต้องสาธิต

              ฉะนั้น การนิเทศแบบ Coaching Techniques ประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี ก็ขึ้นอยู่กับ

 

 

 

 

      1.  ผู้เป็น Coach ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ และเป็นผู้ที่ผู้รับคำแนะนำยอมรับ
      2. มีความเหมาะสมกับการสอนแนะเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มย่อย ใช้ได้กับบุคคลทุกกลุ่ม  ทั้งการพัฒนาศึกษานิเทศก์ พัฒนาผู้บริหารและพัฒนาครู

 

เทคนิคการให้คำปรึกษา

1. ทางตรง   (directive  counseling)

  • ขอให้ครูให้ข้อมูลให้กระจ่างที่จำเป็นต้องแก้
  • ผู้นิเทศสรุปปัญหา-สาเหตุ ครูเห็นด้วยหรือไม่
  • ผู้นิเทศเสนอวิธีแก้ - ทางเลือกให้พิจารณา
  • ให้ครูแสดงความคิดเห็น พิจารณาทางเลือก
  • กำหนดขั้นตอนการแก้ปัญหาที่ชัดเจน
  • ให้ครูตกลงแนวปฏิบัติ กำหนดระยะเวลาดำเนินการ
  • ติดตามประเมินผล

2. ทางอ้อม  (non-directive  counseling)

  • ฟังปัญหาครูอย่างตั้งใจ
  • ผู้นิเทศพูดทบทวนปัญหาเป็นระยะเมื่อครูพูดจบ
  • ผู้นิเทศซักถามครูรู้ปัญหาให้ลึก
  • ให้ครูคิดหาทางแก้ปัญหา กระตุ้นทางเลือกหลายทาง
  • ครูพิจารณาทางเลือกที่ดีที่สุด
  • ให้ครูวางแผนดำเนินการแก้ปัญหา กำหนดระยะเวลาดำเนินการ และทรัพยากร
  • ผู้นิเทศทบทวนแผนงานที่ครูวางไว้ สร้างข้อตกลงในการปฏิบัติ

3. แบบผสมผสาน   ให้คำปรึกษาลักษณะปัญหาและลักษณะบุคคลผสมผสานตามสถานการณ์   ผู้นิเทศรู้จักรับฟัง ช่วยให้ครูสามารถหาแนวทางแก้ปัญหาได้เอง ครูมีความภูมิใจ มั่นใจตนเอง แต่ครูต้องการคำแนะนำ ความรู้ ประสบการณ์จากผู้นิเทศ  ผู้นิเทศจึงใช้แบบผสมผสาน

 

4) การให้ครูประเมินตนเอง

 

3.  การนิเทศรายกลุ่ม

  1) การประชุม การอบรมและการอบรมเชิงปฏิบัติการ

1.1 การประชุมปรึกษากับคณะครู

       

 

วัตถุประสงค์

-      ร่วมกันวางแผนดำเนินงาน

-      ร่วมหาแนวทางปรับปรุงคุณภาพ

-      รับทราบปัญหา/แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

-      รับทราบข้อมูลเคลื่อนไหวทางการศึกษา

1.2      การสนทนาทางวิชาการ

วัตถุประสงค์

-      ช่วยให้ครูสนใจพัฒนางานวิชาการ

-      เพิ่มพูนความรู้เผยแพร่เทคนิคใหม่ๆ

-      รับทราบความเคลื่อนไหวในวิชาชีพของตน

-      ครูแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเสรี

การอบรม

เตรียมการให้พร้อมตั้งแต่กำหนดการ  บุคคลที่เกี่ยวข้องสถานที่    สิ่งอำนวยบริการบรรยากาศ  สิ่งแวดล้อม ระหว่างอบรม สร้างความประทับใจ รักษาเวลา ให้ข้อมูลที่รวดเร็วเที่ยงตรง ประเมินผลการอบรม

การประชุมเชิงปฏิบัติการ

1. เตรียมการให้พร้อมทุกด้าน

2. ชักจูงผู้ร่วมให้สนใจประชุมอย่างต่อเนื่อง

3. กระตุ้นส่งเสริมผู้เข้าร่วมแสดงศักยภาพ

4. ตาราง/กำหนดการยืดหยุ่นตามสภาพกิจกรรม

5. สร้างบรรยากาศเป็นกันเอง

   2) การส่งเสริมการวิจัยในชั้นเรียน

. กำหนดปัญหา  เป็นการศึกษาปัญหาการวิจัย วิเคราะห์ปัญหา/จุดเด่น/จุดด้อย/ วิธีแก้ /ลำดับสำคัญ และกำหนดปัญหาที่จะดำเนินการ

- กำหนดจุดมุ่งหมาย/การดำเนินการ  เป็นการศึกษาหลักการ/ ทฤษฎี/ เอกสาร/ผลการวิจัย และกำหนดจุดมุ่งหมายดำเนินการศึกษาค้นคว้า

- ดำเนินการศึกษา  โดยการทดลองและรวบรวมข้อมูล

- วิเคราะห์ /สรุป/รายงานผล  เป็นขั้นตอนการวิเคราะห์ใช้สถิติ สรุป อภิปรายผล และเขียนรายงาน ใช้ภาษาเข้าใจง่าย (ความเป็นมา/เอกสารที่ เกี่ยวข้อง/วิธีดำเนินการ/ผลวิเคราะห์/ สรุปอภิปรายข้อเสนอแนะ

- การทดสอบ/แก้ไข  เป็นขั้นนำผลการศึกษาไปใช้ในห้องเรียน วิเคราะห์ สรุปผล แก้ไข ปรับปรุง และขยายผลการศึกษาค้นคว้า

 

 

   3.) การให้บริการทางวิชาการ

- การให้บริการข้อมูลข่าวสาร โดยการเผยแพร่ความรู้โดยใช้เอกสาร/

สื่อมวลชน การจัดศูนย์วิชาการ

-      การนำหลักสูตรไปใช้ โดยจัดหาเอกสารหลักสูตรที่จำเป็นให้ครู  ประชุมชี้แจงให้เข้าใจ

ตรงกัน แนะนำครูจัดทำสื่อ/เอกสารเสริม  ส่งเสริมครูจัดทีมงานพัฒนาการเรียนการสอน และการส่งเสริมครูร่วมพัฒนาหลักสูตร

-      การศึกษาดูงาน  เพื่อให้ครูได้ประสบการณ์กว้างขวาง เห็นแนวทางพัฒนาและ เกิดความ

ตระหนัก กระตือรือร้นที่จะพัฒนางาน

4.  การนิเทศเพื่อการพัฒนา

การนิเทศเพื่อพัฒนา (Developmental Supervision)  เป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา ตามความสามารถที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล  เช่น ผู้นิเทศจะชี้นำเมื่อครูมีความรู้ ความสามารถต่ำ  ครูขาดประสบการณ์  แต่เมื่อครูมีความสามารถสูงเมื่อเกิดปัญหาก็สามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้

การนิเทศเพื่อการพัฒนาครู คือการพัฒนาครูตามจุดประสงค์   ซึ่งครูจะได้รับการส่งเสริมโดย

ศึกษานิเทศก์ จะให้ความช่วยเหลือครูในการปรับปรุงด้านการสอน มีความสำคัญดังนี้

        1.เกิดพฤติกรรมการสอนที่หลากหลายและประสบความสำเร็จทางการสอน

        2.ครูมีความรู้ในตนเอง การรวบรวมความคิดและคุณธรรม

        3.พัฒนาการของความเป็นผู้ใหญ่ มีความเชี่ยวชาญ และความผูกพันต่อพันธกิจสูง

 

การนำการนิเทศเพื่อการพัฒนาไปใช้

1.เลือกวิธีการในระดับเข้าสู่การนิเทศที่ดีที่สุด

2.นำวิธีการที่เลือกไปใช้

3.สนับสนุนการพัฒนาของครูในขณะที่เพิ่มทางเลือกและหน้าที่ในการตัดสินใจให้แก่ครูทีละน้อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บรรณานุกรม

 

 

ชุมศักดิ์   อินทร์รักษ์,2531. การบริหารและการนิเทศภายใน  ปัตตานี: ภาควิชาการบริหารการศึกษา 

           คณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เอกชัย    กี่สุขพันธ์. การบริหารทักษะและการปฏิบัติ.กรุงเทพมหานคร.สุขภาพสวยใจ.2539

 

กรองทอง จิรเดชากุล . คู่มือการนิเทศภายในโรงเรียน . กรุงเทพ ฯ :  บริษัท สำนักพิมพ์ธารอักษร

            จำกัด , 2550 .

วิไลรัตน์ บุญสวัสด์ิ . หลักการนิเทศการศึกษา . ภาควิชาบริหารการศกึ ษา คณะครุศาสตร์

            จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , 2530 .

สุนทร ไคลมี . การจัดการนิเทศภายในโรงเรียน สังกัดสานักงานการประถมศึกษาจังหวัด :

           การศึกษาเฉพาะกรณีจังหวัดกาญจนบุรี . วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต

           จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย . 2528 .

สุรศักดิ์  ปาเฮ . “ การนิเทศภายใน หัวใจของการปฏิรูปการเรียนรู้ในโรงเรียน ” วารสารวิชาการ .  ปีที่ 5 ฉบับที่ 8 สิงหาคม 2545 .
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, หน่วยศึกษานิเทศก์ . ชุดสื่อและเครื่องมือนิเทศ การนิเทศภายในโรงเรียน . 2534

Comment

Comment:

Tweet

ขอนำไปศึกษาเป็นแนวทางในการทำงานนะคะ

#2 By สิริรัตน์ ศรีโพธา (118.172.196.156|118.172.196.156) on 2014-03-03 15:09

อยากกลับไป ปัจฉิมนิเทศน์อีกครั้ง ,, Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile

#1 By Ruriko on 2012-05-15 17:10